มรดกโลกandรัฐสภาไทย

มรดกโลก

มรดกโลก

มรดกโลก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ตราสัญลักษณ์
มรดกโลก (อังกฤษ: World Heritage Site; ฝรั่งเศส: Patrimoine Mondial) คือสถานที่ อันได้แก่ ป่าไม้ ภูเขา ทะเลสาบ ทะเลทราย อนุสาวรีย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมไปถึงเมือง ซึ่งคัดเลือกโดยองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงคุณค่าของสิ่งที่มนุษยชาติ หรือธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา และควรจะปกป้องสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร เพื่อให้ได้ตกทอดไปถึงอนาคต
ใน พ.ศ. 2553 มีมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 911 แห่ง แบ่งออกเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 704 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 180 แห่ง และมรดกโลกแบบผสม 27 แห่ง ตั้งอยู่ใน 151 ประเทศ[1][2] โดยอิตาลีเป็น ประเทศที่มีจำนวนมรดกโลกมากที่สุด คือ 44 แห่ง แม้ว่ายูเนสโกจะอ้างอิงถึงมรดกโลกแต่ละแห่งด้วยหมายเลข แต่การขึ้นทะเบียนในหลายครั้งก็จะผนวกเอามรดกโลกที่ได้ขึ้นทะเบียนไปแล้ว เข้าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกที่มีพื้นที่มากขึ้น ดังนั้นจึงมีหมายเลขมรดกโลกเกิน 1,200 ไปแล้วแม้ว่าจะมีจำนวนมรดกโลกน้อยกว่าก็ตาม
มรดกโลกแต่ละแห่งเป็นทรัพย์สินของประเทศที่เป็นเจ้าของดินแดนที่มรดกโลก ตั้งอยู่ แต่ได้ถูกพิจารณาให้เป็นผลประโยชน์ของประชาคมระหว่างประเทศในการอนุรักษ์ มรดกโลกแห่งนั้น

สถิติ

ใน ปัจจุบัน มีมรดกโลกทั้งหมด 911 แห่ง ใน 151 ประเทศทั่วโลก ซึ่งแบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 704 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 180 แห่ง และอีก 27 แห่งเป็นแบบผสมทั้งสองประเภท โดยมีการแบ่งออกเป็น 5 พื้นที่ ได้แก่ แอฟริกา อาหรับ เอเชียแปซิฟิก ยุโรป - อเมริกาเหนือ และ อเมริกาใต้ - แคริบเบียน
ตารางจำนวนของมรดกโลกแบ่งตามทวีป
ทวีป มรดกโลกทางธรรมชาติ มรดกโลกทางวัฒนธรรม มรดกโลกผสม มรดกโลกทั้งหมด
แอฟริกา 33 45 4 82
อาหรับ 4 64 2 70
เอเชีย-แปซิฟิก 52 143 9 204
ยุโรป และ อเมริกาเหนือ 59 385 10 454
ละตินอเมริกา และ แคริบเบียน 35 88 3 126
รวม 183 725 28 936
ลำดับของประเทศที่มีแหล่งมรดกโลกมากที่สุด
ลำดับ ประเทศ ธรรมชาติ วัฒนธรรม ผสม รวม
1 ธงของประเทศอิตาลี อิตาลี 2 42 0 44
2 ธงของประเทศสเปน สเปน 3 36 2 41
3 ธงของสาธารณรัฐประชาชนจีน จีน 8 28 4 40
4 ธงของประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส 3 31 1 35
5 ธงของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เยอรมนี 2 32 0 34
6 ธงของประเทศเม็กซิโก เม็กซิโก 4 27 0 31
7 ธงของสหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักร 4 23 1 28
8 ธงของสาธารณรัฐอินเดีย อินเดีย 5 23 0 28
9 ธงของสหพันธรัฐรัสเซีย รัสเซีย 9 15 0 24
10 ธงของสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา 12 8 1 2

 ขั้นตอนการเสนอชื่อสถานที่

ประเทศ ที่ต้องการเสนอชื่อสถานที่ในประเทศของตนให้ได้รับการพิจารณาให้ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อันดับแรกจะต้องจัดทำบัญชีรายชื่อสถานที่ที่มีความสำคัญทางธรรมชาติและ วัฒนธรรมทั้งหมดภายในประเทศของตน บัญชีนี้จะเรียกว่า บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะมีเพียงสถานที่ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีนี้เท่านั้นที่จะมีสิทธิได้รับการ เสนอชื่อ ขั้นต่อมา ประเทศนั้นๆจะต้องเลือกรายชื่อสถานที่ที่ต้องการเสนอชื่อมาจากบัญชีรายชื่อ เบื้องต้น เพื่อจัดทำเป็นแฟ้มข้อมูล (Nomination File) โดยทางศูนย์มรดกโลกอาจให้คำแนะนำและช่วยเหลือในการจัดทำแฟ้มข้อมูลนี้
เมื่อถึงขั้นตอนนี้ แฟ้มข้อมูลจะถูกตรวจสอบและพิจารณาจากองค์กร 2 แห่ง ได้แก่ สภานานาชาติว่าด้วยการดูแลอนุสรณ์สถานและแหล่งโบราณคดี (International Council on Monuments and Sites) และ สหภาพสากลเพื่อการอนุรักษ์ [3] (World Conservation Union) แล้วทั้งสององค์กรนี้จะยื่นข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการมรดกโลก ทางคณะกรรมการจะมีการประชุมร่วมกันปีละหนึ่งครั้ง เพื่อตัดสินว่าสถานที่ที่มีการเสนอชื่อแห่งใดบ้างที่ควรได้ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก หรือทางคณะกรรมการอาจร้องขอให้ประเทศที่เสนอชื่อได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถาน ที่เพิ่มเติม โดยการพิจารณาว่าจะขึ้นทะเบียนสถานที่แห่งใดจะต้องมีลักษณะตามเกณฑ์มาตรฐาน ข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ

 ข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้เป็นมรดกโลก

กระทั่งปี พ.ศ. 2548 มีข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ทั้งหมด 6 ข้อสำหรับมรดกโลกทางวัฒนธรรม และ 4 ข้อสำหรับมรดกโลกทางธรรมชาติในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลก[4] ดังนี้

 หลักเกณฑ์ทางวัฒนธรรม

  • (i) - เป็นตัวแทนในการแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดของมนุษย์
  • (ii) - เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
  • (iii) - เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
  • (iv) - เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
  • (v) - เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของวัฒนธรรมมนุษย์ ขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม วิธีการก่อสร้าง หรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งเสื่อมสลายได้ง่ายจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมตาม กาลเวลา
  • (vi) - มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์

 หลักเกณฑ์ทางธรรมชาติ

  • (vii) - เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการเป็นตัวแทนในวิวัฒนาการสำคัญต่างๆในอดีตของโลก เช่น ยุคสัตว์เลื้อยคลาน ยุคน้ำแข็ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาความหลากหลายทางธรรมชาติบนพื้นโลก
  • (viii) - เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทาง ธรณีวิทยาหรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ เช่น ภูเขาไฟ เกษตรกรรมขั้นบันได
  • (ix) - เป็นแหล่งที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากหรือสวยงามเป็นพิเศษ เช่น แม่น้ำ น้ำตก ภูเขา
  • (x) - เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายากหรือที่ตกอยู่ในสภาวะ อันตราย แต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่ทั่ว โลกให้ความสนใจด้วย

 รายชื่อ

 การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ

คณะ กรรมการมรดกโลกจะมีการประชุมร่วมกันหลายครั้งในแต่ละปี เพื่ออภิปรายถึงแผนการจัดการเกี่ยวกับแหล่งมรดกโลกที่ยังคงอยู่ และรับรายชื่อสถานที่ที่ประเทศต่างๆเสนอให้ได้รับการพิจารณาให้ขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลก และจะมีการประชุมครั้งหนึ่งที่เรียกว่า การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ (World Heritage Committee Session) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อตัดสินว่าสถานที่ที่ได้รับการเสนอชื่อแห่งใดที่จะได้รับการขึ้นทะเบียน อย่างเป็นทางการ
การประชุมสมัยสามัญประจำปีจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันจัดในเมืองสำคัญ ต่างๆจากทั่วโลก ซึ่งนอกจากครั้งที่จัดขึ้นที่กรุงปารีส อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ขององค์การยูเนสโกแล้ว จะมีเพียงประเทศที่สมาชิกของคณะกรรมการมรดกโลกเท่านั้นที่จะได้รับสิทธิใน การจัดการประชุมครั้งต่อไป โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ และรับรองได้ว่าสมาชิกภาพของประเทศนั้นๆจะไม่หมดวาระลงเสียก่อนที่จะได้ จัดการประชุม
ครั้งที่ ปี (พ.ศ.) วันที่ สถานที่ ประเทศเจ้าภาพ
1 2520 27 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม ปารีส ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
2 2521 5 กันยายน - 8 กันยายน วอชิงตัน ดี. ซี. Flag of the United States สหรัฐอเมริกา
3 2522 22 ตุลาคม - 26 ตุลาคม ไคโร และ ลักซอร์ ธงชาติของอียิปต์ อียิปต์
4 2523 1 กันยายน - 5 กันยายน ปารีส ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
5 2524 26 ตุลาคม - 30 ตุลาคม ซิดนีย์ ธงชาติของออสเตรเลีย ออสเตรเลีย
6 2525 13 ธันวาคม - 17 ธันวาคม ปารีส ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
7 2526 5 ธันวาคม - 9 ธันวาคม ฟลอเรนซ์ ธงชาติของอิตาลี อิตาลี
8 2527 29 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน บัวโนสไอเรส ธงชาติของอาร์เจนตินา อาร์เจนตินา
9 2528 2 ธันวาคม - 6 ธันวาคม ปารีส ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
10 2529 24 พฤศจิกายน - 28 พฤศจิกายน ปารีส ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
11 2530 7 ธันวาคม - 11 ธันวาคม ปารีส ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
12 2531 5 ธันวาคม - 9 ธันวาคม บราซิเลีย ธงชาติของบราซิล บราซิล
13 2532 11 ธันวาคม - 15 ธันวาคม ปารีส ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
14 2533 7 ธันวาคม - 12 ธันวาคม แบนฟ์ ธงชาติของแคนาดา แคนาดา
15 2534 9 ธันวาคม - 13 ธันวาคม คาร์เทจ ธงชาติของตูนิเซีย ตูนิเซีย
16 2535 7 ธันวาคม - 14 ธันวาคม แซนตาเฟ Flag of the United States สหรัฐอเมริกา
17 2536 6 ธันวาคม - 11 ธันวาคม การ์ตาเฮนา ธงชาติของโคลอมเบีย โคลอมเบีย
18 2537 12 ธันวาคม - 17 ธันวาคม ภูเก็ต ธงชาติของไทย ไทย
19 2538 4 ธันวาคม - 9 ธันวาคม เบอร์ลิน ธงชาติของเยอรมนี เยอรมนี
20 2539 2 ธันวาคม - 7 ธันวาคม เมรีดา ธงชาติของเม็กซิโก เม็กซิโก
21 2540 1 ธันวาคม - 6 ธันวาคม เนเปิลส์ ธงชาติของอิตาลี อิตาลี
22 2541 30 ธันวาคม - 5 ธันวาคม เกียวโต ธงชาติของญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
23 2542 29 พฤศจิกายน - 4 ธันวาคม มาร์ราเกช ธงชาติของโมร็อกโก โมร็อกโก
24 2543 27 ธันวาคม - 2 ธันวาคม แครนส ธงชาติของออสเตรเลีย ออสเตรเลีย
25 2544 11 ธันวาคม - 16 ธันวาคม เฮลซิงกิ ธงชาติของฟินแลนด์ ฟินแลนด์
26 2545 24 มิถุนายน - 29 มิถุนายน บูดาเปสต์ ธงชาติของฮังการี ฮังการี
27 2546 30 มิถุนายน - 5 กรกฎาคม ปารีส ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
28 2547 28 มิถุนายน - 7 กรกฎาคม ซูโจว Flag of the People's Republic of China จีน
29 2548 10 กรกฎาคม - 17 กรกฎาคม เดอร์บัน ธงชาติของแอฟริกาใต้ แอฟริกาใต้
30 2549 8 กรกฎาคม - 16 กรกฎาคม วิลนีอุส ธงชาติของลิทัวเนีย ลิทัวเนีย
31 2550 23 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม ไครสต์เชิร์ช ธงชาติของนิวซีแลนด์ นิวซีแลนด์
32 2551 2 กรกฎาคม - 10 กรกฎาคม เมืองควิเบก ธงชาติของแคนาดา แคนาดา
33 2552 22 มิถุนายน - 30 มิถุนายน เซบียา ธงชาติของสเปน สเปน
34 2553 25 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม บราซิเลีย ธงชาติของบราซิล บราซิล
35 2554 19 มิถุนายน - 29 มิถุนายน

รัฐสภาไทย

Seal of the National Assembly of Thailand.png
รัฐสภาไทย

รัฐสภาแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นสถาบันที่พระมหากษัตริย์ไทยพระราชทานอำนาจให้เป็นผู้ออกกฎหมายสำหรับการปกครองและการบริหารประเทศ ซึ่งเรียกว่า อำนาจนิติบัญญัติ รัฐ ธรรมนูญฉบับปัจจุบันบัญญัติให้รัฐสภา ประกอบด้วย วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะประชุมร่วมกัน หรือแยกกัน ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยมีประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภา เป็นรองประธานรัฐสภา โดยตำแหน่ง

ประวัติรัฐสภาไท


รัฐสภา ของประเทศไทยกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2475 หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแรก เมื่อผู้แทนราษฎรจำนวน 70 คนซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร ได้เปิดประชุมสภาขึ้นเป็นครั้งแรก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม และเมื่อการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรทั่วประเทศได้ สำเร็จลง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้พระราชทานพระที่นั่งอนันต สมาคมองค์นี้แก่ผู้แทนราษฎรเพื่อใช้เป็นที่ประชุมสืบต่อมา
ต่อ มา เมื่อจำนวนสมาชิกรัฐสภาต้องเพิ่มมากขึ้นตามอัตราส่วนของจำนวนประชากรที่ เพิ่มขึ้น จึงเกิดความจำเป็นที่จะต้องจัดสร้างอาคารรัฐสภาที่มีขนาดใหญ่กว่า เพื่อให้มีที่ประชุมเพียงพอกับจำนวนสมาชิก และมีที่ให้ข้าราชการสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาใช้เป็นที่ทำงาน จึงได้มีการวางแผนการจัดสร้างอาคารรัฐสภาขึ้นใหม่ถึง 4 ครั้งด้วยกัน แต่ก็ต้องระงับไปถึง 3 ครั้ง เพราะคณะรัฐมนตรีผู้ดำริต้องพ้นจากตำแหน่งไปเสียก่อน
ใน ครั้งที่ 4 แผนการจัดสร้างรัฐสภาใหม่ได้ประสบผลสำเร็จ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงยืน ยันพระราชประสงค์เดิมที่จะให้ใช้พระที่นั่งอนันตสมาคมและบริเวณ เป็นที่ทำการของรัฐสภาต่อไป และยังได้พระราชทานที่ดินบริเวณทิศเหนือของพระที่นั่งอนันตสมาคม ให้เป็นที่จัดสร้างสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาขึ้นใหม่ด้วย
สถาน ที่ทำการใหม่ของรัฐสภา เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 โดยมีกำหนดสร้างเสร็จภายใน 850 วัน ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 51,027,360 บาท ประกอบด้วยอาคารหลัก 3 หลัง คือ
  • หลัง ที่ 1 เป็นตึก 3 ชั้นใช้เป็นที่ประชุมวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร และการประชุมร่วมกันของสภาทั้งสอง ส่วนอื่นๆ เป็นที่ทำการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ประธาน และรองประธานของสภาทั้งสอง
  • หลังที่ 2 เป็นตึก 7 ชั้น ใช้เป็นสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาและโรงพิมพ์รัฐสภา
  • หลังที่ 3 เป็นตึก 2 ชั้นใช้เป็นสโมสรรัฐสภา
สถาน ที่ทำการใหม่ของรัฐสภา ใช้ในการประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2517 สำหรับพระที่นั่งอนันตสมาคม ถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และใช้เป็นที่รับรองอาคันตุกะบุคคลสำคัญ ใช้เป็นสถานที่ประกอบรัฐพิธีเปิดสมัยประชุม รัฐพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ และมีโครงการใช้ชั้นล่างของพระที่นั่งเป็นจัดสร้างพิพิธภัณฑ์รัฐสภา

ประธานรัฐสภาไทย

จนถึงปัจจุบัน รัฐสภาไทย มีผู้ดำรงตำแหน่ง ประธานรัฐสภา รวม 28 คน ดังนี้
  • 1. เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราญฏร
    • 28 มิถุนายน - 1 กันยายน 2475
    • 15 ธันวาคม 2475 - 26 กุมภาพันธ์ 2476
  • 2. เจ้าพระยาพิชัยญาติ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราญฏร
    • 2 กันยายน 2475 - 10 ธันวาคม 2476
  • 3. พลเรือตรี พระยาศรยุทธเสนี (พลเรือตรี กระแส ประวาหะนาวิน)
    • ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราญฏร
      • 26 กุมภาพันธ์ 2476 - 22 กันยายน 2477
      • 6 กรกฎาคม 2486 -24 มิถุนายน 2487
    • ประธานรัฐสภา และประธานพฤฒสภา
      • 31 สิงหาคม 2489 - 9 พฤษภาคม 2490
      • 15 พฤษภาคม 2490 - 8 พฤศจิกายน 2490
  • 4. เจ้าพระยาศรีธรรมมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา)
    • ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราญฏร
      • 22 กันยายน 2477 - 15 ธันวาคม 2477
      • 17 ธันวาคม 2477 - 31 กรกฎาคม 2478
      • 7 สิงหาคม 2478 - 31 กรกฎาคม 2479
    • ประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภา
      • 26 พฤศจิกายน 2490 - 18 กุมภาพันธ์ 2491
      • 20 กุมภาพันธ์ 2491 - 14 มิถุนายน 2492
      • 15 มิถุยายน 2492 - 20 พศจิกายน 2493
      • 22 พฤศจิกายน 2493 - 29 พฤศจิกายน 2494
  • 5. พระยามานวราชเสวี (ปลอด วิเชียร ณ สงขลา) ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราญฏร
    • 3 สิงหาคม 2479 - 10 ธันวาคม 2480
    • 10 ธันวาคม 2480 -24 มิถุนายน 2481
    • 28 มิถุยายน 2481 - 10 ธันวามคม 2481
    • 12 ธันวาคม 2481 - 24 มิถุนายน 2482
    • 28 มิถุนายน 2482 - 24 มิถุนายน 2483
    • 1 กรกฎาคม 2483 - 24 มิถุนายน 2484
    • 1 กรกฎาคม 2484 - 24 มิถุนายน 2485
    • 30 มิถุนายน 2485 - 24 มิถุนายน 2586
    • 2 กรกฎาคม 2487 - 24 มิถุนายน 2488
    • 29 มิถุนายน 2488 - 15 ตุลาคม 2488
    • 26 มกราคม 2489 - 9 พฤษภาคม 2489
  • 6. พันตรีวิลาศ โอสถานนท์ ประธานรัฐสภา และประธานพฤฒสภา
    • 4 มิถุนายน 2489 - 24 สิงหาคม 2489
  • 7. พลเอก พระประจนปัจนึก (พุก มหาดิลก) ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราญฏร
    • 1 ธันวาคม 2494 - 17 มีนาคม 2495
    • 22 มีนาคม 2495 - 23 มิถุนายน 2495
    • 28 มิถุนายน 2495 -23 มิถุนายน 2496
    • 2 กรกฎาคม 2496 - 23 มิถุนายน 2497
    • 29 มิถุนายน 2497 - 23 มิถุนายน 2498
    • 2 กรกกาคม 2498 - 23 มิถุนายน 2499
    • 30 มิถุนายน 2499 - 25 กุมภาพันธ์ 2500
    • 16 มีนาคม 2500 - 23 มิถุนายน 2500
    • 28 มิถุนายน 2500 - 16 กันยายน 2500
    • 27 ธันวาคม 2500 - 23 มิถุนายน 2501
    • 25 มิถุนายน 2501 - 20 ตุลาคม 2501
  • 8. พลเอก หลวงสุทธิสารรณกร (สุทธิ์ สุทธิสารรณกร)
    • ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราญฏร
      • 20 กันยายน 2500 - 14 ธันวาคม 2500
    • ประธานรัฐสภา ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ
      • 6 กุมภาพันธ์ 2502 - 17 เมษายน 2511
  • 9. นายทวี บุณยเกตุ ประธานรัฐสภา และประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ
    • 8 พฤษภาคม2511 -20 มิถุนายน 2511
  • 10. พันเอก นายวรการบัญชา (บุญเกิด สุตันตานนท์) ประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภา
    • 22 กรกฎาคม 2511 - 6 กรกฎาคม 2514
    • 7 กรกฎาคม 2514 - 17 พฤศจิกายน 2514
  • 11. พลตรีศิริ สิริโยธิน ประธานรัฐสภา และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
    • 18 ธันวามคม 2515 - 11 ธันวาคม 2516
  • 12. พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ประธานรัฐสภา และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
    • 29 ธันวาคม 2516 -7 ตุลาคม 2517
  • 13. นายประภาศน์ อวยชัย ประธานรัฐสภา และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
    • 17 ตุลาคม 2517 - 25 มกราคม 2518
  • 14. นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฏร
    • 7 กุมภาพันธ์ 2518 -12 มกราคม 2519
  • 15. นายอุทัย พิมพ์ใจชน ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราญฏร
    • 19 เมษายน 2519 - 6 ตุลาคม 2519
    • 6 กุมภาพันธ์ 2544 - 5 มกราคม 2548
  • 16. พลอากาศเอก กมล เดชะตุงคะ ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ประธานสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินและประธานรัฐสภา
    • 22 ตุลาคม 2519 - 20 พฤศจิกายน 2519
  • 17. พลอากาศเอก หะริน หุงสกุล
    • ประธานรัฐสภา และประธานสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
      • 28 พฤศจิกายน 2519 - 20 ตุลาคม 2520
    • ประธานรัฐสภา และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
      • 25 พฤศจิกายน 2520 - 22 เมษายน 2522
    • ประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภา
      • 9 พฤษภาคม 2522 - 19 มีนาคม 2526
  • 18. นายจารุบุตร เรืองสุวรรณ ประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภา
    • 26 เมษายน 2526 - 19 มีนาคม 2527
  • 19. ศาสตราจารย์อุกฤษ มงคลนาวิน
    • ประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภา
      • 30 เมษายน 2527 - 30 เมษายน 2528
      • 1 พฤษภาคม 2528 - 23 เมษายน 2530
      • 24 เมษายน 2530 - 22 เมษายน 2532
      • 3 เมษายน 2335 - 26 พฤษภาคม 2535
    • ประธานรัฐสภา และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
      • 2 เมษายน 2534 - 21 มีนาคม 2535
  • 20. ร้อยตำรวจตรี วรรณ ชันซื่อ ประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภา
    • 4 พฤษภาคม 2532 - 23 กุมภาพันธ์ 2534
  • 21. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภา
    • 28 มิถุนายน 2535 - 29 มิถุนายน 2535
  • 22. ศาสตราจารย์มารุต บุนนาค ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฏร
    • 22 กันยายน 2535 - 19 พฤษภาคม 2538
  • 23. นายบุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฏร
    • 11 กรกฎาคม 2538 27 กันยายน 2538
  • 24. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฏร
    • 24 พฤศจิกายน 2539 - 27 มิถุนายน 2543
  • 25. นายพิชัย รัตตกุล ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฏร
    • 30 มิถุนายน 2543 - 9 พฤศจิกายน 2543
  • 26. นายโภคิน พลกุล ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฏร
    • 8 มีนาคม 2548 - 24 กุมภาพันธ์ 2549
  • 27. นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฏร
    • 23 มกราคม 2551 - เมษายน 2551
  • 28. นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฏร
    • 15 พฤษภาคม 2551 - 10 พฤษภาคม 2554
  • 29. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฏร
    • 3 สิงหาคม 2554 - ปัจจุบัน